การนอนเป็น 1 ใน 3 ของเวลาชีวิตของเราครับ เพราะฉะนั้น “หมอน” มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก เพราะเรานอนบนหมอน แต่ถ้าใครไม่ได้นอนบนหมอนก็หาซื้อหมอนได้แล้วนะครับ เอาตามลักษณะที่ถูกต้องนะครับ จะได้ไม่เสี่ยงต่อบริเวณคอของตัวเองนะ
5 ลักษณะหมอนที่ทำร้ายคอโดยไม่รู้ตัว
- หมอนที่สูงเกินไป
- ทำให้คอแอ่นไปข้างหน้า โดยเฉพาะคนที่นอนหงาย
- ถ้านอนตะแคง คอจะเอียง ทำให้กระดูกต้นคอบิด
ผลเสีย: ตื่นมาคอแข็ง ปวดต้นคอเรื้อรัง กล้ามเนื้อตึง
- หมอนที่แบนหรือยุบตัวเกินไป
- ไม่รองรับคอเลย ทำให้คอ “ห้อย” โดยไม่มีการพยุง
- คนที่นอนตะแคงจะยิ่งรู้สึกว่าคอจมหรือคดไปทางเตียง
ผลเสีย: ปวดบ่าหรือปวดคอด้านเดียว เพราะกล้ามเนื้อข้างหนึ่งต้องรับน้ำหนักมากกว่าอีกข้าง
- หมอนนุ่มเกินไป
- แม้จะรู้สึกนุ่มสบายตอนแรก แต่พอศีรษะจมลึก หมอนจะไม่สามารถพยุงแนวกระดูกคอได้ดี
- ศีรษะและคอจะอยู่ในระดับไม่สมดุล
ผลเสีย: คอเคล็ดโดยไม่รู้ตัว ปวดศีรษะตอนตื่นนอน
- หมอนที่ไม่มีการรองรับช่วงคอ (neck support)
- หมอนทั่วไปที่เป็นแผ่นตรง ไม่มีส่วนเว้าหรือส่วนเสริมรองใต้คอ
- เมื่อศีรษะอยู่ในหมอน แต่ช่วงคอ “ลอย” ไม่มีอะไรรองรับ
ผลเสีย: ทำให้กระดูกคอรับน้ำหนักเองทั้งคืน เกิดอาการตึง หรือเส้นประสาทกดทับได้
- หมอนที่วัสดุเสื่อมสภาพ
- ใช้มานานจนฟองน้ำยุบ หรือใยในหมอนจับตัวเป็นก้อน
- ไม่รองรับสรีระได้อีกต่อไป
ผลเสีย: ท่านอนผิดธรรมชาติ ทำให้ปวดเรื้อรังโดยไม่รู้สาเหตุ
หมอนแบบไหนดีต่อคอมากกว่า?
ลักษณะหมอนที่ควรเลือก
- ความสูงพอดี: ศีรษะและคออยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลัง
- มีส่วนรองรับต้นคอ (contour): โดยเฉพาะถ้านอนหงาย
- แน่นพอดี ไม่ยุบตัวง่าย: เช่น หมอนเมมโมรีโฟม หรือยางพารา
- เลือกตามท่านอนหลักของคุณ:
- นอนหงาย → หมอนต่ำ มี support คอ
- นอนตะแคง → หมอนสูงพอให้คอไม่เอียง
- นอนคว่ำ → ควรเลี่ยง หรือใช้หมอนบางมาก
สรุป
ใครไม่อยากทำอันตรายต่อคอด้วยหมอนแบบไม่รู้ตัว ต้องเลือกระดับความสูงให้พอดี และมีส่วนรับต้นคอที่เหมาะสมกับตัวของแต่ละบุคคลครับ ใครยังใช้แบบเดิมอยู่ และยังไม่มีเงินซื้อ แนะนำว่าเปลี่ยนไวเท่าไหร่ก็ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้นนะครับ
หรือจะใช้หมอนเดิมไปก่อนแล้วระหว่างนี้หาเงินเพิ่มจากหวยไว หรืองานเสริมให้เป็นค่าซื้อหมอนไปเลยจะดีที่สุดครับ
Comments are closed